| google-site-verification: google4d012a84530eb805.html |
|
|
|
Forum 1 ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่ | ความปลอดภัยด้านงานเชื่อมไฟฟ้า (Reader : 15286) | วามปลอดภัยในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า
เพื่อความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นอย่างยิ่งต้องศึกษาถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะปฏิบัติงาน ซึ่งโดยทั่วไปอันตรายในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าสามารถแบ่งออกเป็น
2 ประเภทคือ อันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ(Inherent Hazards)และอันตรายที่เกิดจากภายในงานเชื่อม(Latent Hazards)
1.อันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ(Inherent Hazards)
อันตรายที่เกิดจากธรรมชาติของการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าผู้ปฏิบัติงานเชื่อมจะต้องศึกษาให้เข้าใจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้ 3.1.1 อันตรายที่เกิดอาการช๊อกจากกระแสไฟฟ้า(ELECTRIC SHOCK) อาการช๊อกที่เกิดจากสายดินหรือการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้า อันเนื่องมา จากความชื้นของถุงมือ,เสื้อ,พื้นหรือความเปียกชื้นทั่ว ๆ ไปจะต้องคอยระมัดระวังถ้าเกิดอาการ ช๊อกจะช่วยตัวเองไม่ได้จะมีการกระตุก ถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ควรจะเข้าไปจับสัมผัส หรือเข้าไปต่อในวงจรของกระแสซึ่งจะมีผลเช่นเดียวกันกับผู้ถูกกระแสไฟช๊อก คือมี อันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน ดังแสดงในรูปที่ 10
รูปที่ 10 แสดงถึงอาการช๊อกจากกระแสไฟฟ้า ที่มา : ยุคล จุลอุภัย . 2539 หน้า 47
3.1.2 อันตรายที่เกิดจากการถูกเผาไหม้(BURNS) อันตรายจากการเผาไหม้ จะมีสาเหตุจากคามผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงานโดยตรงอาจจะมาจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ หรืออุปกรณ์ปกป้องตัวอื่น เช่น หน้ากาก, ถุงมือ เสื้อเอี้ยมหนัง ส่วนใหญ่แล้วการถูกเผาไหม้ จะมาจากความร้อนของรังสี ที่เกิดจากเปลวอาร์ก ขณะทำการเชื่อมหรือสัมผัสกับชิ้นงานเชื่อมซึ่งมีความร้อนสูง ทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นได้ 3.1.3 อันตรายที่เกิดจากพลังงานรังสี(RADIANT ENERGY) การปฏิบัติงานเชื่อม จะเกิดพลังงานรังสีขึ้น 4 ระดับ รังสีที่มองเห็น(Visible Light Rays) สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ามีความถี่อยู่ในช่วง 400-750u เมื่อถูกรังสีช่วงนี้จะทำให้ตามัวและมืดไปพักหนึ่ง อันเนื่องจากช่างเชื่อมปิดหน้ากากไม่ทัน หรือไม่มีเลนซ์ป้องกันที่เหมาะสมหรือไปอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่ทำการเชื่อมอาร์ก ทำให้ประสาทตาระคายเคืองและอาจทำให้ตาบอดได้ ในการเชื่อมด้วยรังสีเลเซอร์ ก็จะทำให้เกิดตาบอดได้ถ้า ลำแสงเลเซอร์ไปกระทบตาเข้าไม่ว่าจะกินเวลาเล็กน้อยก็ตาม ดังนั้นในการปฏิบัติการเชื่อมด้วยรังสีเลเซอร์จะต้องวางมาตรการการป้องกันอย่างดีและมีอุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้องเหมาะสม ดังแสดงในรูปที่ 11
รูปที่ 11 แสดงถึงอันตรายที่เกิดจากพลังงานรังสี ที่มา : ยุคล จุลอุภัย . 2539 หน้า 48
3.1.3.1 รังสีอินฟราเรด (INFRARED RAYS) รังสีระดับนี้มีความถี่คลื่นสูงกว่า750 uขึ้นไปประสาทตาไม่สามารถจะมองเห็นได้รังสีตัวนี้ให้ความร้อนสูงและจะทำอันตรายต่อผิวหนังได้ 3.1.3.2 รังสีอัลตร้าไวโอเลต (ULTRAVIOLET RAYS) การเชื่อมอาร์ก ซึ่งจะเกิดรังสีประเภทนี้ขึ้นจะทำอันตรายต่อผิวหนังและตาที่ไม่มีสิ่งป้องกันจะทำให้ผิวหนัง ถูกเผาไหม้และเกิดระคายเคืองในเบ้าตาคล้ายกับมีเม็ดทรายเข้าไปอยู่ในตารังสีอัลตร้าไวโอเลต ยังมีส่วนทำให้บริเวณที่มีการเชื่อมเปลี่ยนแปลงทางเคมีของโอโซนบรรยากาศของออกซิเจน เปลี่ยนแปลงอ๊อกไซด์ของไนโตรเจนในบรรยากาศไนโตรเจน 3.1.3.3 รังสีเอ็กซ์เรย์ (X-RAYS) จะเกิดจากการเชื่อมด้วยระบบ อีเล็คตรอนบีม(Electron Beam Welding : EBW)เพื่อป้องกันรังสีเอกซ์เรย์รั่วซึม จะต้องทำแผ่นป้องกันรังสีในห้องเชื่อมเป็นอย่างดี ผู้ปฏิบัติการจะต้องได้รับรังสีเอ๊กซ์เรย์ไม่เกิน5,000milli-rems ต่อปีหรือ100 milli-rems ต่อสัปดาห์ และในการรับรังสีเอกซ์เรย์ในอุตสาหกรรมจะต้องอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 1/10 ครั้งของระดับปฏิบัติการอาชีพ
1.อันตรายที่เกิดจากเสียง (NOISE) ในการเชื่อมด้วยระบบพลาสม่า(Plasma Arc)ความเร็วและอุณหภูมิที่เกิดขึ้นของพลาสม่าเจ็ทวิ่งผ่านหัวฉีด จะมีระดับความถี่เสียงสูงมากเพราะฉะนั้นถ้าทำงานกับระบบนี้ แล้วควรจะมีอุปกรณ์ป้องกันเสียงมิฉะนั้นจะเกิดอันตรายต่อประสาทหูได้ในทำนองเดียวกัน การเชื่อมวาย (Flash Welding) ก็จะเกิดความถี่เสียงสูงมาก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อประสาทหูได้
2.อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบการเชื่อม(LATENT HAZARD)อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบนี้ก็คือ ควัน,ฝุ่นและแก๊สพิษที่เกิดจากปฏิบัติ การเชื่อมพื้นฐานของกลุ่มควันและแก๊สเหล่านี้ ซึ่งจะเกิดผลกระทบจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้ 3.2.1 ควันและฝุ่นเชื่อม (WELDING FUMES&WELDING DUSTS ) ควันและฝุ่นเชื่อมเป็นส่วนที่มีขนาดเล็ก ในระดับจุลภาคที่ติดเข้าไปกับลมหายใจ และสะสมอยู่ในช่องว่างของปอดจนกระทั่งปอดอักเสบ จนถึงขั้นเป็นมะเร็งในปอด อาการไข้ที่เกิดจากควันของโลหะเป็นอันตรายสูงสุดอันหนึ่งในงานเชื่อม ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนรูปฟอร์มอ๊อกไซด์ของโลหะประเภทต่าง ๆเช่น สังกะสีออกไซด์สำหรับเคลือบผิวโลหะ สารแคลเซี่ยมฟลูออไรด์ (CaF2)ที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเกิดจากสารพอกหุ้มแกนลวดเชื่อมที่เป็นด่าง(Basic Coated Lime-Fluoride or Low-Hydrogen)ไม่สะลายตัวในสภาวะปกติ มีความละเอียดอ่อน แต่มีปฏิกิริยาสูงเมื่อผสมกับบรรยากาศที่มีความชื้น จะทำให้เกิดกรดไฮโดรฟลูออริค(HF)สูงมาก หากเข้าสู่ระบบการหายใจและสะลายในร่างกายมีปริมาณที่พอเหมาะจะเกิดอาการเจ็บป่วยได้เร็วมาก 3.2.2 แก๊ส (GASES) แก๊สอาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างการปฏิบัติงานเชื่อม โดยทั่ว ๆ ไปจะเกิดแก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์ , โอโซนและอ๊อกไซด์ของไนโตรเจน ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตราย ดังนี้ 3.2.2.1 ก่อให้เกิดการอักเสบที่ปอด(Inflammation of the Lung) 3.2.2.2 น้ำท่วมปอด(Pulmonary Edema)ปอดบวมและมีน้ำสะสม 3.2.2.3 สูญเสียการยืดหยุ่นของปอด(Emphysema) 3.2.2.4 หลอดลมอักเสบเรื้อรัง(Chromic Bronchitis)
3.3 ข้อปฏิบัติในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานเชื่อม ควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 3.3.1 ตรวจสอบสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์การเชื่อมโลหะให้มีความสมบูรณ์ใน การใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้า 3.3.2 ปิดเครื่องเชื่อมทุกครั้งหลังจากหยุดการเชื่อมและเคลื่อนย้ายเครื่องเชื่อม 3.3.3 สวมหน้ากากและเลือกกระจกแสงให้ถูกต้องทุกครั้งในการเชื่อม 3.3.4 สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะงาน 3.3.5 ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่ควรมองแสงอาร์กด้วยตาเปล่า 3.3.6 บริเวณงานเชื่อมควรมีฉากป้องกันแสงอาร์ก เพื่อมิให้รบกวนบุคคลอื่น 3.3.7 บริเวณทำงานเชื่อมไม่ควรเปียกชื้นเพราะจะทำให้ไฟฟ้าดูด ผู้ปฏิบัติงาน และบุคคลอื่นได้ 3.3.8 บริเวณทำงานเชื่อมจะต้องปราศจากสารไวไฟชนิดต่าง ๆ 3.3.9 เครื่องเชื่อมไฟฟ้าควรจัดตั้งในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
รูปที่ 12 อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
รูปที่ 13 แสดงระบบการระบายอากาศในห้องเชื่อม
รูปที่ 14 บริเวณเชื่อมมีอากาศถ่ายเทสะดวก
ควรรักษาบริเวณเชื่อมให้สะอาดเป็นระเบียบ พื้นที่เชื่อมเปียกน้ำต้องมีแผ่นรอง
สายเชื่อมต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เชื่อมในที่อับต้องมีเครื่องดูดอากาศ
รูปที่ 15 รูปแสดงเกี่ยวกับความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า ที่มา : สุชาติ กิจพิทักษ์.2541หน้า 161 | | Posted by : gsicorp | วัน/เวลา : 24/11/2557 12:32:32 |
| | |
|
|
© 2026 All Rights Reserved Powered by ThaiWebWizard.com
|
|