เมนูหลัก
Home
อุปกรณ์ความปลอดภัย
อุปกรณ์เชื่อมตัดโลหะ/อุปกรณ์แก๊ส/อุปกรณ์งานขัดผิว
อุปกรณ์เครื่องมือไฟฟ้า/เจียร/ขัด/เป่า/ตัด/เจาะ
กลุ่มอุปกรณ์เครื่องมือลม (Air Tool)
กลุ่มเครื่องมือต๊าปเกลียว/ตัด/เจาะ
กลุ่มอุปกรณ์เครื่องย้าย ยก และล้ออุตสาหกรรม
กลุ่มสินค้าเครื่องมือช่าง (Hand Tool Product)
กลุ่มงานเคมีอุตสาหกรรมและน้ำยาทำความสะอาด
กลุ่มอุปกรณ์การเกษตร เครื่องปั่นไฟ และ ปั้มน้ำ
Member
Contact Us
Shopping Cart
บอร์ดสนทนาเรื่องอุตสาหกรรมและความปลอดภัย
About Us
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
google-site-verification: google4d012a84530eb805.html
สถานีโทรทัศน์
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
สาระความรู้
Knowledge Center
ฝึกภาษา ASP ออนไลน์
ห้องสมุดดิจิตอล
ฝึกภาษา HTML ออนไลน์
ห้องสมุดกฎหมาย
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
หนังสือพิมพ์
บ้านเมือง
มติชน
คมชัดลึก
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกโพสต์
ข่าวสด
กรุงเทพธุรกิจ
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
แนวหน้า
ไทยโพสต์
เดลินิวส์
เส้นทางเศรษฐกิจ
ไทยรัฐ
มุมนักเสี่ยงโชค
ตรวจผลล็อตเตอรี่
ผลสลากออมสิน
โปรโมทเว็บ
โปรโมทเวบ กับ www.thaigetlink.com
www.thaigetlink.com
Forum 1
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
กรณีศึกษาและการสอบสวนอุบัติเหตุจากการทำงาน
(Reader : 6100)
กรณีศึกษาและสอบสวนอุบัติเหตุ

กรณีลูกจ้างเสียชีวิตจากการลงไปปฏิบัติงานภายในบ่อพักน้ำมูลสุกร
ของระบบการผลิตก๊าซชีวภาพ


ประเภทกิจการ เลี้ยงสุกร (ฟาร์มสัตว์)
จำนวนลูกจ้าง ประมาณ 60 คน
สถานที่เกิดเหตุ บริเวณบ่อพักน้ำมูลสุกร ของระบบผลิตก๊าซชีวภาพ
ผลของการเกิดอุบัติเหตุ ลูกจ้างเสียชีวิต 5 ราย

ขั้นตอนและสภาพการทำงาน
บริษัท A ประกอบกิจการเลี้ยงสุกร (ฟาร์มสัตว์) นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยใช้ผู้บริหารและสถานที่ตั้งเดียวกัน
อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท B ประกอบกิจการผลิตอาหารสัตว์ และบริษัท C ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) โดยการทำงานของทั้ง 3 บริษัทฯ เกี่ยวเนื่องกัน ระบบการผลิตก๊าซชีวภาพอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของบริษัท A เพื่อนำก๊าซชีวภาพไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
กระบวนการเริ่มจากการหมักมูลสัตว์และน้ำที่ใช้ในการล้างจากฟาร์มเลี้ยงสุกรของบริษัทฯ ภายในบ่อหมักซึ่งเป็นระบบปิด
แบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของบ่อประมาณ 30 เมตร ลึกประมาณ 7 เมตร จำนวน 7 บ่อ ซึ่งมีระบบ
เชื่อมต่อกัน จากนั้นนำก๊าซที่ได้จากการหมักส่งต่อให้กับ บริษัท C ไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป น้ำเสียภายในบ่อหมักส่วนเกิน
ในแต่ละบ่อทั้ง 7 บ่อ จะถูกส่งไปไว้ที่บ่อพักรวม (Consumption Tank) หรือเรียกว่าบ่อพักรวมซีที ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ 3 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร ซึ่งจะมีท่อดูดส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียโดยใช้ปั๊มน้ำภายในบ่อพักรวมซีที

ลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุและรายละเอียดของการประสบอันตราย
บริษัท A มีโครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำภายในบ่อพักรวมซีที เพื่อส่งต่อไปยังระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึ้น โดยการขยายท่อพีวีซีเพิ่มขึ้นเป็นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว โดยในวันเกิดเหตุ หัวหน้าคนงานผู้ดูแลระบบ
การผลิตก๊าซชีวภาพ ได้ให้นาย ก ลงไปในบ่อพักรวมซีที เพื่อเจาะผนังบ่อทำการยึดเข็มขัดรัดท่อพีวีซีให้แน่น ซึ่งการทำงาน
จำเป็นต้องสูบน้ำออกจากบ่อพักรวมซีที เพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติงาน ปกติระดับน้ำภายในบ่อพักรวมซีทีจะอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร จากก้นบ่อแต่ในวันเกิดเหตุ มีการสูบน้ำออกจากบ่อจนเหลือระดับน้ำที่ความสูงประมาณ 0.5 เมตร ทำให้ท่อส่งน้ำเสียระหว่างบ่อหมักมายังบ่อพักรวมซีที อยู่สูงกว่าระดับน้ำภายในบ่อพักรวมซีที ขณะที่นาย ก ทำงานได้เกิดหน้ามืดอ่อนแรง ทรุดตัวลงไปก้นบ่อ หัวหน้าคนงาน จึงสั่งให้นาย ข ลงไปช่วยเหลือแต่นาย ข ก็หมดสติตามไปอีก หัวหน้าคนงานเห็นดังนั้น จึงสั่งให้ลูกน้องของตนเองไปตัดกระแสไฟฟ้าที่นำมาใช้สำหรับเครื่องมือสว่านเจาะผนังเป็นการป้องกันกระแสไฟฟ้าดูด เพื่อที่หัวหน้าคนงาน จะได้ลงไปช่วยคนงานภายในบ่อ เมื่อลงไปแล้วหัวหน้าคนงานก็มีอาการอ่อนแรง ขณะเดียวกันลูกจ้างคนอื่น
ได้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ทราบเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทันที่บริษัทฯ จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดก็มีลูกจ้างอีก 2 คน ได้ลงไปภายในบ่อพักรวมซีทีเพื่อช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าหมดสติไปอีกทั้ง 2 คน กว่าที่บริษัทฯ จะได้ประสานผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ ก็ใช้เวลาพอสมควร ซึ่งทำให้ลูกจ้างทั้ง 5 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และจากการผ่าศพพิสูจน์สาเหตุของการเสียชีวิตของสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าสาเหตุการตายเกิดจากการขาดอากาศหายใจ

การวิเคราะห์สาเหตุของการประสบอันตราย
การปฏิบัติงานของลูกจ้างภายในบ่อพักรวมซีที ซึ่งเป็นสถานที่เกิดอุบัติเหตุของบริษัทฯ นายจ้างและผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ทราบ
มาก่อนว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่อับอากาศ เมื่อมีการสูบน้ำออกจากบ่อจนเหลือระดับน้ำที่ความสูงประมาณ 0.5 เมตรทำให้
ท่อส่งน้ำเสียจากบ่อหมักมายังบ่อพักรวมซีทีอยู่สูงกว่าระดับน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ก๊าซชีวภาพจากบ่อหมักไหลมายังบ่อพักรวมซีที ภายในบ่อพักรวมซีทีจึงกลายเป็นสถานที่อับอากาศและมีบรรยากาศอันตรายโดยมีการสะสมของสารเคมี (ก๊าซชีวภาพจากบ่อหมัก) ซึ่งเมื่อมีลูกจ้างลงไปภายในบ่อได้หายใจเอาก๊าซต่างๆ เข้าไปจนเป็นเหตุทำให้หมดสติและเสียชีวิตในที่สุดรวม 5 คน
ก๊าซชีวภาพหรือไบโอก๊าซ คือก๊าซที่เกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ ภายใต้สภาวะที่ปราศจากออกซิเจน
ก๊าซชีวภาพประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด ส่วนใหญ่คือก๊าซมีเทน (CH4) ประมาณ 50-70 เปอร์เซ็นต์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ประมาณ 30-50 เปอร์เซ็นต์ และก๊าซอื่นๆ เช่น ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ก๊าซแอมโมเนีย (NH3) ก๊าซไนโตรเจน และน้ำ เป็นต้น
ก๊าซที่เกิดขึ้นในฟาร์มโดยตัวมันเองมักไม่มีอันตรายต่อคนและสัตว์ ถ้ามีการระบายอากาศเป็นปกติแต่ในบางแห่ง เช่น
ที่พักมูลสัตว์หรือบ่อน้ำเสียความเข้มข้นของก๊าซเหล่านั้น (CO2,NH3,CH4,H2S) อาจสูงมากทำให้ O2 ลดต่ำลงมากจนคน
ถึงหมดสติหรือตายได้ถ้าช่วยไม่ทัน นอกจากนั้นก๊าซอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากการสลายตัว เป็นก๊าซที่ไม่มีอันตรายโดยตรงหรือไม่ทราบอันตราย แต่มีกลิ่นซึ่งรบกวนความเป็นอยู่ที่สุขสบายของมนุษย์ ก๊าซชนิดต่างๆ มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์และทางเคมี ก่อให้เกิดพิษต่อคน สัตว์ และพืชได้ในลักษณะต่างๆ กันถ้ามีความเข้มข้นสูงเกิน บางชนิดมีผลรบกวนต่อระบบประสาทสัมผัส บางชนิดมีผลระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อบุในทางเดินหายใจและนัยน์ตา สำหรับก๊าซที่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจได้นั้น ตัวที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ซึ่งหนักกว่าอากาศทำให้สะสมอยู่ภายในบริเวณก้นของบ่อพักรวมซีที จนมีปริมาณมากและแทนที่อากาศภายในบ่อพักรวมซีที ทำให้ปริมาณก๊าซออกซิเจนภายในบ่อมีปริมาณลดน้อยลง ซึ่งคุณสมบัติของก๊าซไฮโดรเจนซันไฟด์ (H2S) เมื่อหายใจเข้าไปทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ถ้าได้รับปริมาณมากจะทำให้หมดสติ หรือมีอาการโคม่าอาจทำให้เสียชีวิตได้

มาตรการป้องกันและควบคุมอันตรายจากการทำงานในสถานที่อับอากาศ
การทำงานในสถานที่อับอากาศถือว่าเป็นงานที่อันตราย ดังนั้นผู้ที่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานในสถานที่อับอากาศจะต้องศึกษาและดำเนินการดังต่อไปนี้
1 จัดทำป้ายแจ้งข้อความว่า “ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า” ให้มีขนาดมองเห็นได้ชัดเจนติดตั้งไว้โดยเปิดเผยบริเวณทางเข้าออกของที่อับอากาศ
2 จัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หลักสูตรที่กำหนดแก่ลูกจ้างที่ทำงานในที่อับอากาศ
3 จัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศในที่อับอากาศว่ามีบรรยากาศอันตรายหรือไม่ โดยให้ดำเนินการทั้งก่อนให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน และในระหว่างที่ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ
4 จัดให้มีผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือในกรณีทำงานในที่อับอากาศ
5 จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล อุปกรณ์ช่วยเหลือ และช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงานแก่ลูกจ้างซึ่งทำงานในที่อับอากาศ
6 ปิด กั้น หรือกระทำโดยวิธีการอื่นใดที่มีผลในการป้องกันมิให้พลังงาน สาร หรือสิ่งที่เป็นอันตรายเข้าสู่บริเวณที่อับอากาศในระหว่างที่ลูกจ้างกำลังทำงาน
7 จัดทำหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องสถานที่อับอากาศ
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2547
ข้อ 6 ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศในที่อับอากาศว่ามีบรรยากาศ
หรือไม่โดยให้ดำเนินการทั้งก่อนให้ลูกจ้างเข้าไปทำงานและในระหว่างที่ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ
ข้อ 7 กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศให้นายจ้างแต่งตั้งลูกจ้างที่มีความรู้ความสามารถและได้รับการ
ฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศตามข้อ 21 ให้เป็นผู้ควบคุมงานคนหนึ่งหรือหลายคนตาม
ความจำเป็นเพื่อทำหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) วางแผนการปฏิบัติงานและการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานและปิดประกาศหรือแจ้งให้ลูกจ้าง
ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
(2) ชี้แจงและซักซ้อมหน้าที่ความรับผิดชอบ วิธีการปฏิบัติงานและวิธีการป้องกันอันตรายให้เป็นไปตามแผนที่
กำหนดไว้
(3) ควบคุมดูแลให้ลูกจ้างใช้เครื่องป้องกันอันตราย และอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
และให้ตรวจตราอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งาน
(4) สั่งให้หยุดการทำงานไว้ชั่วคราว ในกรณีที่มีเหตุซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกจ้างจนกว่าเหตุนั้นจะหมดไป
และหากจำเป็นจะขอให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 18 ยกเลิกการอนุญาตนั้นเสียก็ได้
ข้อ 8 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศตามข้อ 21 คนหนึ่งหรือ
ลายคนตามความจำเป็น เป็นผู้ช่วยเหลือ พร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงานคอย
เฝ้าดูแลบริเวณทางเข้าออกที่อับอากาศโดยให้สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกจ้างที่ทำงานในที่อับอากาศได้ตลอดเวลา
เพื่อช่วเหลือลูกจ้างออกจากที่อับอากาศ
ข้อ 9 ให้นายจ้างจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล อุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะ
งานตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด และนายจ้างต้องควบคุมดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงานในที่อับอากาศ และผู้
ช่วยเหลือสวมใส่หรือใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตนั้น
ข้อ 11 ให้นายจ้างปิด กั้น หรือกระทำโดยวิธีอื่นใดที่มีผลในการป้องกันมิให้พลังงานสารหรือสิ่งที่เป็นอันตรายเข้าสู่บริเวณ
ที่อับอากาศในระหว่างที่ลูกจ้างกำลังทำงาน
ข้อ 19 ให้นายจ้างจัดให้มีหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศทุกครั้งและหนังสืออนุญาตนั้นอย่างน้อยต้องมีราย
ละเอียด ดังต่อไปนี้
(1) ที่อับอากาศที่อนุญาตให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน
(2) วัน เวลา ในการทำงาน
(3) งานที่ให้ลูกจ้างเข้าไปทำ
(4) ชื่อลูกจ้างที่อนุญาตให้เข้าไปทำงาน
(5) ชื่อผู้ควบคุมงานตามข้อ 7
(6) ชื่อผู้ช่วยเหลือตามข้อ 8
(7) มาตรการความปลอดภัยที่เตรียมไว้ก่อนการให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน
(8) ผลการตรวจสภาพอากาศและสภาวะที่อาจเกิดอันตราย
(9) อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต
(10) อันตรายที่ลูกจ้างอาจได้รับในกรณีฉุกเฉินและวิธีการหลีกหนีภัย
(11) ชื่อและลายมือชื่อผู้ขออนุญาต และชื่อและลายมือชื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต
ข้อ 21 ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ตามหลักเกณฑ์วิธีการและหลักสูตรที่
อธิบดีประกาศกำหนดแก่ลูกจ้างทุกคนที่ทำงานในที่อับอากาศ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจทักษะที่จำ
เป็นในการทำงานอย่างปลอดภัย ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งวิธีการและขั้นตอนในการปฏิบัติงาน

ที่มา : สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน



Posted by : อิสระวัน/เวลา : 30/7/2552 12:55:07
จากกรณีดังกล่าว จะเห็นได้ว่า อุปกรณ์ความปลอดภัยมีความจำเป็น หากจะให้แนะนำ GSI แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ดังต่อไปนี้ประกอบการทำงาน เพื่อความปลอดภัยครับ
1. อุปกรณ์ตรวจวัดแก๊ส Gas Detector สำหรับวัดปริมาณแก๊สและปริมาณอ็อกซิเจนว่ามีเพียงพอหรือไม่
2. อุปกรณ์จ่ายอากาศ สำหรับการทำงานในที่อับอากาศ
3. safety harness สำหรับคนงานที่ต้องลงไปทำงานในที่อับอากาศ และดึงคนงานขึ้นกรณีเกิดอุบัติเหตุโดยไม่ต้องลงไปในที่อับอากาศ
4.หน้ากากกรองสารพิษ สำหรับกรองอากาศในการหายใจ

เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำงานได้อย่างปลอดภัยแล้ว
**รับปรึกษาด้านการใช้งานอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย
บ.โกลบอลซอร์ส อินโนเวชั่น จำกัด โทร.0818421513
Posted by :gsithailand
วัน/เวลา :30/7/2552 13:00:49
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    

AmazingCounters.com
 
© 2026 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com