| google-site-verification: google4d012a84530eb805.html |
|
|
|
Forum 1 ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่ | การสอบสวนอุบัติเหตุ (Reader : 2649) | การสอบสวนอุบัติเหตุ
การสอบสวนอุบัติเหตุเป็นการชี้บ่งถึงสาเหตุ และลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ โดยพิจารณาจากรายละเอียดข้อมูลที่ได้ จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและจากพยานที่เห็นเหตุการณ์แล้วนํามาวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทําให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น
วัตถุประสงค์ การสอบสวนอุบัติเหตุมีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุแล้วนํามาจัดทํามาตรการป้องกัน หรือแผนการปรับปรุงแก้ไขการดําเนินงาน เพื่อไม่ไห้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันซํ้ าอีก ทั้งนี้มิได้เป็นการหาผู้กระทําผิดเพื่อ ลงโทษแต่อย่างใด ซึ่งจะแตกต่างจากการสอบสวนอุบัติเหตุของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ต้องการสืบหาผู้กระทําความผิดเพื่อดําเนินคดี
สาเหตุการเกิดอุบัติเหต ุ
โดยทั่วไปการเกิดอุบัติเหตุมักมีสาเหตุที่ซับซ้อน บางครั้งอาจมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 10 เหตุการณ์ขึ้นไป สําหรับ สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอาจแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่
1. Direct Cause มูลเหตุหลัก ได้แก่สิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมโดยตรงในรูปแบบของ พลังงาน และ/หรือ สารเคมีอันตราย ตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุคนงานได้รับสารเคมีอันตรายในกรณีนี้ Direct Cause คือสารเคมีอันตราย
2. Indirect Cause มูลเหตุชักนํา ได้แก่ การปฏิบัติที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Unsafe act) และสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Unsafe condition) ซึ่งจะนําไปสู่การเกิด Direct Cause
3. Basic Cause มูลเหตุพื้นฐาน ได้แก่นโยบายการจัดการที่ไม่ให้ความสําคัญต่อระบบความปลอดภัยในระดับบริหาร การตัดสินใจ หรือปัจจัยทางด้านบุคลากร หรือสิ่งแวดล้อม ที่มีผลทําให้เกิด Indirect Cause
ผู้สอบสวนอุบัติเหต ุ
ผู้ทําหน้าที่สอบสวนอุบัติเหตุจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในการสืบค้นหาสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ความรู้ความเข้าใจ เกิดขึ้นได้จากประสบการณ์ในการสอบสวนอุบัติเหตุยิ่งมีประสบการณ์มากจะยิ่งมีความเชี่ยวชาญมากนอกจากนี้ยังต้องมีความรู้เป็น อย่างดีเกี่ยวกับกระบวนการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งเทคนิคในการสอบสวน อุบัติเหตุแต่เนื่องจากเป็นการยากที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะมีคุณสมบัติครบถ้วนดังกล่าวทั้งหมด
ดังนั้นจึงมักจะจัดตั้งเป็นทีมงานสอบสวนอุบัติเหตุที่ประกอบด้วยบุคลากรต่างๆ ที่มีความรู้ ความชํ านาญเฉพาะทางตามที่ได้กล่าว ข้างต้น เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างถูกต้อง
เครื่องมือ / อุปกรณ์ที่ใช้ในการสอบสวนอุบัติเหตุ
เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จํ าเป็นต้องใช้ในการสอบสวนอุบัติเหตุโดยทั่วไปได้แก่
กล้องถ่ายรูป ตลับเมตร สมุดสําหรับบันทึก และทําแผนที่เกิดเหตุ ไม้บรรทัด ดินสอ / ปากกา แบบฟอร์มการรายงานอุบัติเหตุ ไฟฉาย เชือกสําหรับกั้นพื้นที่บริเวณเกิดอุบัติเหตุ แว่นหรือกล้องขยาย
ขั้นตอนปฏิบัติในการสอบสวนอุบัติเหตุ
ขั้นตอนปฏิบัติ ในการสอบสวนอุบัติเหตุ ขึ้นอยู่กับลักษณะ และสภาพการเกิดอุบัติเหตุโดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
1. กําหนดขอบเขตในการสอบสวนอุบัติเหตุ
2. เลือกทีมงานสอบสวนอุบัติเหตุ และมอบหมายงานให้สมาชิกในทีม (ควรเป็นลายลักษณ์อักษร)
3. ทําความเข้าใจในเบื้องต้น ระหว่างสมาชิกในทีมในเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บและ/ หรือเสียชีวิตรวมทั้งประมาณการความเสียหายที่เกิดขึ้น การแบ่งขั้นตอนปฏิบัติงานการจัดทําแผนผังบริเวณ ที่เกิดเหตุ(พื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่โดยรวมขององค์กร) สภาพแวดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุการสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะนําไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น
4. ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมรายละเอียดที่สําคัญ และจําเป็นในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ
5. การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุกั้นแยกพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุ ไม่ควรแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายสิ่งต่าง ๆ ในบริเวณที่เกิดเหตุ วิเคราะห์หาตําแหน่งจุดที่เกิดเหตุให้ได้ โดยอาจพิจารณาจากจุดที่เกิดความเสียหายมากที่สุดหรือจากแนววิถีการระเบิดในกรณี เกิดอุบัติเหตุการระเบิดจัดทําแผนที่เกิดเหตุ สเก็ตซ์ภาพและถ่ายภาพในส่วนที่จําเป็น พร้อมทั้งระบุระยะห่างของพยานวัตถุ และราย ละเอียดต่างๆ ในภาพอย่างถูกต้อง ชัดเจน
6. สัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ และพยาน รวมทั้งผู้อยู่ในเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุ และผู้เกี่ยวข้องที่มาถึงสถานที่เกิดเหตุก่อน หน้าที่ทีมงานจะไปถึง บันทึกข้อมูลการสัมภาษณ์อย่างถูกต้อง ใช้การบันทึกเทปด้วยหากสามารถทําได้
7. แนวทางการพิจารณาในการสอบสวนอุบัติเหตุควรพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้
มีอะไรที่ผิดปกติก่อนเกิดอุบัติเหตุ สิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ไหน สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเมื่อไร สิ่งผิดปกติเกิดขึ้นได้อย่างไร
8. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ในขั้นตอนที่ 7 (ทําซํ้าในขั้นตอนก่อนหน้านี้ ถ้าจําเป็นหรือข้อมูลไม่เพียงพอ)
9. จากการวิเคราะห์ข้อมูลให้พิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ทําไม่จึงเกิดอุบัติเหตุ ลําดับเหตุการณ์ และสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่น่าจะเป็นไปได้ (ทั้ง Direct Cause ,Indirect Cause และ Basic Cause)
10. ตรวจสอบแต่ละลําดับเหตุการณ์ เปรียบเทียบกับข้อมูลในขั้นตอนที่ 7
11. พิจารณาเลือกลําดับเหตุการณ์ และสาเหตุที่มีความน่าจะเป็นในการทําให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด
12. สรุปการสอบสวนอุบัติเหตุ
13. จัดทํารายงานสรุป รวมถึงข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และเผยแพร่รายงาน
การรวบรวมหลักฐาน
ในการสอบสวนอุบัติเหตุ ผู้สอบสวนอุบัติเหตุจะต้องสืบค้นให้ทราบข้อเท็จจริงในการเกิดอุบัติเหตุโดยการรวบรวมหลักฐาน จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างการสอบสวนอุบัติเหตุ เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ดังนี้
สืบหาข้อมูลจากพยาน และเอกสารต่าง ๆ โดยการสังเกต สัมภาษณ์พยานภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ต้องดําเนินการ โดยเร็วที่สุดที่สามารถทําได้
ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพที่เกิดเหตุหรือการเคลื่อนย้ายวัตถุพยานพร้อมทั้งถ่ายรูปและสเก็ตซ์ภาพ สภาพที่เกิดเหตุ และบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ บนภาพสเก็ตซ์
รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงาน แผนผัง กระบวนการผลิต รายละเอียดเกี่ยวกับการบํ ารุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ ต่าง ๆ หรือรายงานสิ่งผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งเอกสารอื่น ๆ ที่จําเป็นต้องใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ
บันทึกรายละเอียดการเกิดอุบัติเหตุอย่างถูกต้องสมบูรณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุและภายหลังการเกิดเหตุ รวมทั้งตําแหน่งที่ผู้ประสบอันตรายอยู่ พยานที่เห็นเหตุการณ์ เครื่องจักร แหล่งพลังงาน และวัตถุอันตรายตั้งอยู่
ลักษณะและคุณสมบัติทางด้านกายภาพ และทางเคมีของวัตถุอันตราย หรือสารเคมีอันตรายซึ่งอาจเชื่อมโยงไปสู่การวิเคราะห์ สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ
การสัมภาษณ์
โดยทั่วไปผู้นําสัมภาษณ์ควรเป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอบสวนอุบัติเหตุ หากเป็นไปได้ทีม สัมภาษณ์ควรมีผู้ที่มีความรู้พื้นฐาน ด้านกฎหมายอยู่ด้วย ในการสัมภาษณ์ควรดําเนินการดังนี้
1. กําหนดผู้นําสัมภาษณ์
2. สัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลจากพยานทุกคนอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงจากพยานก่อนที่พยาน จะได้รับฟังความคิดเห็น หรือคําสั่งจากผู้บังคับบัญชาทําให้บิดเบือนข้อมูลจากความเป็นจริง
3. บันทึกตําแหน่งที่อยู่ของพยานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งทิศทางในการมองภาพเหตุการณ์ของพยาน ลงบนแผนผัง ที่เกิดเหตุ
4. สถานที่ที่ใช้สําหรับสัมภาษณ์พยานต้องสะดวกและเหมาะสม
5. อธิบายวัตถุประสงค์ของการสอบสวนอุบัติเหตุ ให้พยานทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และทัศนคติที่ดี
6. รับฟังสิ่งที่พยานพูด ให้พยานมีอิสระในการพูด พูดคุยอย่างสุภาพมีอัธยาศัยดีและพิจารณารายละเอียดข้อมูลที่ได้รับฟังจากพยาน อย่างรอบคอบ
7. จดบันทึกคําให้สัมภาษณ์ของพยานโดยไม่พูดสิ่งใดที่ทําให้พยานไขว้เขว ใช้เทปบันทึกเสียงคําให้สัมภาษณ์เฉพาะกรณีที่ พยานยินยอม
8. ให้พยานชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบกับการใช้ภาพสเก็ตซ์ และแผนผังสถานที่เกิดเหตุที่เตรียมไว้เพื่อให้ความสะดวก แก่พยานและทําให้มองเห็นภาพเหตุการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
9. สัมภาษณ์พยานโดยเน้นความสําคัญของเหตุการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ บันทึกรายละเอียดที่สําคัญลงในภาพสเก็ตซ์ หรือแผนผัง บริเวณที่เกิดเหตุตามที่พยานให้รายละเอียดไว้
10. ผู้สัมภาษณ์ต้องมีความจริงใจ และเป็นกันเองกับพยาน ไม่โต้แย้งพยาน
11. บันทึกคําพูดที่พยานใช้ในการบรรยายสภาพการณ์ที่พยานสังเกตเห็น อย่าเพิ่มเติมข้อความใด ๆ ที่พยานไม่ได้พูด
12. ถามคําถามอย่างระมัดระวัง และแน่ใจว่าพยานเข้าใจคําถาม
13. บันทึกรายละเอียดส่วนตัวของพยานแต่ละคน เช่น ชื่อ ที่อยู่ อายุ อาชีพ ระยะเวลาในการทํางาน เป็นต้น
14. ควรให้พยานลงชื่อรับรองในบันทึกการสัมภาษณ์ และสําเนาบันทึกให้พยานทุกคน
ข้อสังเกต
ภายหลังการสัมภาษณ์พยานทุกคนแล้ว ทีมสัมภาษณ์ควรวิเคราะห์คําให้สัมภาษณ์ของพยานแต่ละคนมาทําการวิเคราะห์ อาจมีบางคนที่จําเป็นต้องสัมภาษณ์เพิ่มเติมใหม่เพื่อความแน่ใจ และความชัดเจนของข้อมูลที่เป็นประเด็นสําคัญ คําให้สัมภาษณ์ ของพยานแต่ละคนอาจไม่สอดคล้องกันผู้สอบสวนอุบัติเหตุควรจะต้องรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ และนํามาวิเคราะห์ร่วมกับ ข้อมูลจากพยานทุกคนด้วย การบอกเล่าเหตุการณ์ของพยานที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุอาจไม่ตรงกับพยานที่อยู่ห่างไกลออกไป พยานที่พูดคุยวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นก่อนให้สัมภาษณ์ อาจเปลี่ยนแปลงความคิดทําให้บอกเล่าเหตุการณ์ ผิดไปจากความคิดเห็นเดิมของตน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจจะต้องนํ ามาวิเคราะห์ด้วย พยานบางคนอาจละเลยลําดับเหตุการณ์บาง เหตุการณ์ไปเนื่องจากไม่ได้สังเกต หรือไม่ให้ความสําคัญกับเหตุการณ์นั้น ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลจากคํ าบอกเล่าของพยาน ควรจะต้องนําข้อมูลจากพยานทุกคนมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งสําคัญที่จะนําไปสู่การวิเคราะห์หาสาเหตุ การเกิดอุบัติเหตุที่ถูกต้องต่อไป
เทคนิคในการสอบสวนอุบัติเหตุ
สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเป็นปัญหาที่จะต้องสืบค้นและแก้ไขได้ โดยการสอบสวนอุบัติเหตุเทคนิคการสอบสวนอุบัติเหตุที่มัก ใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมีดังนี้
1. การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ( Change Analysis )
เทคนิคนี้จะเน้นความสําคัญที่ให้พิจารณาว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก่อนการเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่อย่างไร? ผู้สอบสวน อุบัติเหตุจะต้องค้นหาสิ่งที่ผิดปกติที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพปกติ หรือการดําเนินการตามปกติ ควรพิจารณาทุกประเด็นที่ เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพปกติ วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อค้นหาสาเหตุ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. พิจารณาว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น (เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ? )
2. พิจารณาว่าสภาพปกติ หรือการดํ าเนินการที่เป็นปกติในขณะนั้น เป็นอย่างไร (ตามปกติเหตุการณ์ควรเป็นอย่างไร ?)
3. วิเคราะห์ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงจากสภาพปกติอย่างไร เกิดขึ้นที่จุดใดหรือบริเวณใดและอธิบาย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ( เช่น เกิดอะไรขึ้น ที่ไหน เมื่อไร มีรายละเอียดอย่างไร ? เป็นต้น )
4. พิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากอะไรได้บ้าง
5. วิเคราะห์หาผลกระทบสํ าคัญที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนั้น
6. การเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดผลกระทบที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ จัดเป็นสาเหตุที่มีความเป็นไปได้ ในการทําให้เกิดอุบัติเหตุ ควรลําดับสาเหตุเหล่านี้และพิจารณาเลือกสาเหตุที่มีความน่าจะเป็นที่ทําให้ เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด
2. การวิเคราะห์ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน (Job Safety Analysis : JSA)
JSA เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมต่าง ๆ ในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยทั่วไป JSA เป็นการแจกแจงงานออกเป็นขั้นตอน การปฏิบัติงาน และชี้บ่งอันตรายรวมทั้งกํ าหนดมาตรการควบคุมอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนด้วยในการสอบสวน อุบัติเหตุจะทําการทบทวน JSA ของขั้นตอนการปฏิบัติงานในขณะเกิดอุบัติเหตุเพื่อวิเคราะห์และพิจารณาว่ามีการความผิด ปกติเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของพนักงานหรือไม่
ดังนั้นหากมีการวิเคราะห์งานที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุให้ใช้ JSA เป็นส่วนหนึ่งในการสอบสวนอุบัติเหตุเพื่อพิจารณา เหตุการณ์และสถานการณ์ที่นําไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ
FTA เป็นการวิเคราะห์ความปลอดภัย โดยการวิเคราะห์หาสาเหตุของอันตรายที่เกี่ยวข้องกับงาน วิธีการทํางานและกระบวน การผลิต อย่างเป็นระบบ แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงที่จะนําไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น (เหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุ) โดยการนําเหตุการณ์ที่เกิดอันตรายหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาจะให้เกิดขึ้นมาเป็นตัวตั้งต้นในการวิเคราะห์ และพิจารณาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากสาเหตุหรือเหตุการณ์ใดได้บ้าง และสาเหตุหรือเหตุการณ์เหล่านี้น่าจะมาจากสาเหตุหรือเหตุการณ์ ย่อยใดบ้างเป็นลําดับชั้นลงไปเรื่อย ๆ การวิเคราะห์โดยเทคนิคนี้ จะใช้ And Gate และ Or Gate ในการเชื่อมโยงสาเหตุต่าง ๆ ที่สนับสนุนให้เกิดเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุขึ้น (อาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน) แล้วนําสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้มาพิจารณา ถึงความน่าจะเป็นของแต่ละสาเหตุ เพื่อให้ได้สาเหตุที่แท้จริงในการทําให้เกิดอุบัติเหตุ ดังตัวอย่างการใช้เทคนิค And Gate และ Or Gate ทําการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ หรือระเบิด ตามแผนภูมิต่อไปนี้
ตัวอย่าง
การจัดทํารายงานการสอบสวนอุบัติเหตุ
การจัดทํารายงานการสอบสวนอุบัติเหตุมีหลายรูปแบบ บางครั้งจํ าเป็นต้องมีรายละเอียดมากในกรณีที่เป็นอุบัติภัยร้ายแรง รายงานจะมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดการวิเคราะห์มาก สําหรับหัวข้อสํ าคัญที่ต้องรายงานได้แก่
ข้อมูลโดยทั่วไป เป็นข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานที่เกิดอุบัติเหตุ ลักษณะบริเวณที่เกิดเหตุ วันเวลาที่เกิดเหตุ
รายละเอียดและลําดับเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุ และความเสียหายที่เกิดขึ้น
ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ประมาณการค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
ข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เป็นการวิเคราะห์หาสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุ
ข้อเสนอแนะ เป็นการเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขเฉพาะหน้า และในระยะยาวมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ
เพื่อป้องกันไม่ไห้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก.
โดย นางสาวมะลิ วิจิตรจรรยากุล นักวิทยาศาสตร์ 8 ว สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จากเว็บไซต์ : กรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่มา : กรมโรงงานอุตสาหกรรม
| | Posted by : gsithailand | วัน/เวลา : 19/2/2554 13:21:22 |
| | |
|
|
© 2026 All Rights Reserved Powered by ThaiWebWizard.com
|
|