เมนูหลัก
Home
อุปกรณ์ความปลอดภัย
อุปกรณ์เชื่อมตัดโลหะ/อุปกรณ์แก๊ส/อุปกรณ์งานขัดผิว
อุปกรณ์เครื่องมือไฟฟ้า/เจียร/ขัด/เป่า/ตัด/เจาะ
กลุ่มอุปกรณ์เครื่องมือลม (Air Tool)
กลุ่มเครื่องมือต๊าปเกลียว/ตัด/เจาะ
กลุ่มอุปกรณ์เครื่องย้าย ยก และล้ออุตสาหกรรม
กลุ่มสินค้าเครื่องมือช่าง (Hand Tool Product)
กลุ่มงานเคมีอุตสาหกรรมและน้ำยาทำความสะอาด
กลุ่มอุปกรณ์การเกษตร เครื่องปั่นไฟ และ ปั้มน้ำ
Member
Contact Us
Shopping Cart
บอร์ดสนทนาเรื่องอุตสาหกรรมและความปลอดภัย
About Us
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
google-site-verification: google4d012a84530eb805.html
สถานีโทรทัศน์
Nation Channel
ทีวีสี ช่อง 3
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
UBC
สาระความรู้
Knowledge Center
ฝึกภาษา ASP ออนไลน์
ห้องสมุดดิจิตอล
ฝึกภาษา HTML ออนไลน์
ห้องสมุดกฎหมาย
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
หนังสือพิมพ์
บ้านเมือง
มติชน
คมชัดลึก
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกโพสต์
ข่าวสด
กรุงเทพธุรกิจ
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
แนวหน้า
ไทยโพสต์
เดลินิวส์
เส้นทางเศรษฐกิจ
ไทยรัฐ
มุมนักเสี่ยงโชค
ตรวจผลล็อตเตอรี่
ผลสลากออมสิน
โปรโมทเว็บ
โปรโมทเวบ กับ www.thaigetlink.com
www.thaigetlink.com
Forum 1
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
การสอบสวนอุบัติเหตุ
(Reader : 2649)
การสอบสวนอุบัติเหตุ





การสอบสวนอุบัติเหตุเป็นการชี้บ่งถึงสาเหตุ และลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ โดยพิจารณาจากรายละเอียดข้อมูลที่ได้ จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและจากพยานที่เห็นเหตุการณ์แล้วนํามาวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทําให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

วัตถุประสงค์ การสอบสวนอุบัติเหตุมีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุแล้วนํามาจัดทํามาตรการป้องกัน หรือแผนการปรับปรุงแก้ไขการดําเนินงาน เพื่อไม่ไห้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันซํ้ าอีก ทั้งนี้มิได้เป็นการหาผู้กระทําผิดเพื่อ ลงโทษแต่อย่างใด ซึ่งจะแตกต่างจากการสอบสวนอุบัติเหตุของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ต้องการสืบหาผู้กระทําความผิดเพื่อดําเนินคดี

สาเหตุการเกิดอุบัติเหต ุ

โดยทั่วไปการเกิดอุบัติเหตุมักมีสาเหตุที่ซับซ้อน บางครั้งอาจมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 10 เหตุการณ์ขึ้นไป สําหรับ สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอาจแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. Direct Cause มูลเหตุหลัก ได้แก่สิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมโดยตรงในรูปแบบของ พลังงาน และ/หรือ สารเคมีอันตราย ตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุคนงานได้รับสารเคมีอันตรายในกรณีนี้ Direct Cause คือสารเคมีอันตราย

2. Indirect Cause มูลเหตุชักนํา ได้แก่ การปฏิบัติที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Unsafe act) และสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Unsafe condition) ซึ่งจะนําไปสู่การเกิด Direct Cause

3. Basic Cause มูลเหตุพื้นฐาน ได้แก่นโยบายการจัดการที่ไม่ให้ความสําคัญต่อระบบความปลอดภัยในระดับบริหาร การตัดสินใจ หรือปัจจัยทางด้านบุคลากร หรือสิ่งแวดล้อม ที่มีผลทําให้เกิด Indirect Cause

ผู้สอบสวนอุบัติเหต ุ

ผู้ทําหน้าที่สอบสวนอุบัติเหตุจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในการสืบค้นหาสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ความรู้ความเข้าใจ เกิดขึ้นได้จากประสบการณ์ในการสอบสวนอุบัติเหตุยิ่งมีประสบการณ์มากจะยิ่งมีความเชี่ยวชาญมากนอกจากนี้ยังต้องมีความรู้เป็น อย่างดีเกี่ยวกับกระบวนการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งเทคนิคในการสอบสวน อุบัติเหตุแต่เนื่องจากเป็นการยากที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะมีคุณสมบัติครบถ้วนดังกล่าวทั้งหมด

ดังนั้นจึงมักจะจัดตั้งเป็นทีมงานสอบสวนอุบัติเหตุที่ประกอบด้วยบุคลากรต่างๆ ที่มีความรู้ ความชํ านาญเฉพาะทางตามที่ได้กล่าว ข้างต้น เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างถูกต้อง

เครื่องมือ / อุปกรณ์ที่ใช้ในการสอบสวนอุบัติเหตุ

เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จํ าเป็นต้องใช้ในการสอบสวนอุบัติเหตุโดยทั่วไปได้แก่

กล้องถ่ายรูป
ตลับเมตร
สมุดสําหรับบันทึก และทําแผนที่เกิดเหตุ
ไม้บรรทัด
ดินสอ / ปากกา
แบบฟอร์มการรายงานอุบัติเหตุ
ไฟฉาย
เชือกสําหรับกั้นพื้นที่บริเวณเกิดอุบัติเหตุ
แว่นหรือกล้องขยาย

ขั้นตอนปฏิบัติในการสอบสวนอุบัติเหตุ

ขั้นตอนปฏิบัติ ในการสอบสวนอุบัติเหตุ ขึ้นอยู่กับลักษณะ และสภาพการเกิดอุบัติเหตุโดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

1. กําหนดขอบเขตในการสอบสวนอุบัติเหตุ

2. เลือกทีมงานสอบสวนอุบัติเหตุ และมอบหมายงานให้สมาชิกในทีม (ควรเป็นลายลักษณ์อักษร)

3. ทําความเข้าใจในเบื้องต้น ระหว่างสมาชิกในทีมในเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บและ/ หรือเสียชีวิตรวมทั้งประมาณการความเสียหายที่เกิดขึ้น การแบ่งขั้นตอนปฏิบัติงานการจัดทําแผนผังบริเวณ ที่เกิดเหตุ(พื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่โดยรวมขององค์กร) สภาพแวดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุการสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะนําไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น

4. ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมรายละเอียดที่สําคัญ และจําเป็นในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ

5. การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุกั้นแยกพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุ ไม่ควรแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายสิ่งต่าง ๆ ในบริเวณที่เกิดเหตุ วิเคราะห์หาตําแหน่งจุดที่เกิดเหตุให้ได้ โดยอาจพิจารณาจากจุดที่เกิดความเสียหายมากที่สุดหรือจากแนววิถีการระเบิดในกรณี เกิดอุบัติเหตุการระเบิดจัดทําแผนที่เกิดเหตุ สเก็ตซ์ภาพและถ่ายภาพในส่วนที่จําเป็น พร้อมทั้งระบุระยะห่างของพยานวัตถุ และราย ละเอียดต่างๆ ในภาพอย่างถูกต้อง ชัดเจน

6. สัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ และพยาน รวมทั้งผู้อยู่ในเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุ และผู้เกี่ยวข้องที่มาถึงสถานที่เกิดเหตุก่อน หน้าที่ทีมงานจะไปถึง บันทึกข้อมูลการสัมภาษณ์อย่างถูกต้อง ใช้การบันทึกเทปด้วยหากสามารถทําได้

7. แนวทางการพิจารณาในการสอบสวนอุบัติเหตุควรพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้

มีอะไรที่ผิดปกติก่อนเกิดอุบัติเหตุ
สิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ไหน
สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเมื่อไร
สิ่งผิดปกติเกิดขึ้นได้อย่างไร

8. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ในขั้นตอนที่ 7 (ทําซํ้าในขั้นตอนก่อนหน้านี้ ถ้าจําเป็นหรือข้อมูลไม่เพียงพอ)

9. จากการวิเคราะห์ข้อมูลให้พิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ทําไม่จึงเกิดอุบัติเหตุ ลําดับเหตุการณ์ และสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่น่าจะเป็นไปได้ (ทั้ง Direct Cause ,Indirect Cause และ Basic Cause)

10. ตรวจสอบแต่ละลําดับเหตุการณ์ เปรียบเทียบกับข้อมูลในขั้นตอนที่ 7

11. พิจารณาเลือกลําดับเหตุการณ์ และสาเหตุที่มีความน่าจะเป็นในการทําให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

12. สรุปการสอบสวนอุบัติเหตุ

13. จัดทํารายงานสรุป รวมถึงข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และเผยแพร่รายงาน



การรวบรวมหลักฐาน

ในการสอบสวนอุบัติเหตุ ผู้สอบสวนอุบัติเหตุจะต้องสืบค้นให้ทราบข้อเท็จจริงในการเกิดอุบัติเหตุโดยการรวบรวมหลักฐาน จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างการสอบสวนอุบัติเหตุ เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ดังนี้

สืบหาข้อมูลจากพยาน และเอกสารต่าง ๆ โดยการสังเกต สัมภาษณ์พยานภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ต้องดําเนินการ โดยเร็วที่สุดที่สามารถทําได้

ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพที่เกิดเหตุหรือการเคลื่อนย้ายวัตถุพยานพร้อมทั้งถ่ายรูปและสเก็ตซ์ภาพ สภาพที่เกิดเหตุ และบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ บนภาพสเก็ตซ์

รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงาน แผนผัง กระบวนการผลิต รายละเอียดเกี่ยวกับการบํ ารุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ ต่าง ๆ หรือรายงานสิ่งผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งเอกสารอื่น ๆ ที่จําเป็นต้องใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ

บันทึกรายละเอียดการเกิดอุบัติเหตุอย่างถูกต้องสมบูรณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุและภายหลังการเกิดเหตุ รวมทั้งตําแหน่งที่ผู้ประสบอันตรายอยู่ พยานที่เห็นเหตุการณ์ เครื่องจักร แหล่งพลังงาน และวัตถุอันตรายตั้งอยู่

ลักษณะและคุณสมบัติทางด้านกายภาพ และทางเคมีของวัตถุอันตราย หรือสารเคมีอันตรายซึ่งอาจเชื่อมโยงไปสู่การวิเคราะห์ สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ

การสัมภาษณ์

โดยทั่วไปผู้นําสัมภาษณ์ควรเป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอบสวนอุบัติเหตุ หากเป็นไปได้ทีม สัมภาษณ์ควรมีผู้ที่มีความรู้พื้นฐาน ด้านกฎหมายอยู่ด้วย ในการสัมภาษณ์ควรดําเนินการดังนี้

1. กําหนดผู้นําสัมภาษณ์

2. สัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลจากพยานทุกคนอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงจากพยานก่อนที่พยาน จะได้รับฟังความคิดเห็น หรือคําสั่งจากผู้บังคับบัญชาทําให้บิดเบือนข้อมูลจากความเป็นจริง

3. บันทึกตําแหน่งที่อยู่ของพยานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งทิศทางในการมองภาพเหตุการณ์ของพยาน ลงบนแผนผัง ที่เกิดเหตุ

4. สถานที่ที่ใช้สําหรับสัมภาษณ์พยานต้องสะดวกและเหมาะสม

5. อธิบายวัตถุประสงค์ของการสอบสวนอุบัติเหตุ ให้พยานทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และทัศนคติที่ดี

6. รับฟังสิ่งที่พยานพูด ให้พยานมีอิสระในการพูด พูดคุยอย่างสุภาพมีอัธยาศัยดีและพิจารณารายละเอียดข้อมูลที่ได้รับฟังจากพยาน อย่างรอบคอบ

7. จดบันทึกคําให้สัมภาษณ์ของพยานโดยไม่พูดสิ่งใดที่ทําให้พยานไขว้เขว ใช้เทปบันทึกเสียงคําให้สัมภาษณ์เฉพาะกรณีที่ พยานยินยอม

8. ให้พยานชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบกับการใช้ภาพสเก็ตซ์ และแผนผังสถานที่เกิดเหตุที่เตรียมไว้เพื่อให้ความสะดวก แก่พยานและทําให้มองเห็นภาพเหตุการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

9. สัมภาษณ์พยานโดยเน้นความสําคัญของเหตุการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ บันทึกรายละเอียดที่สําคัญลงในภาพสเก็ตซ์ หรือแผนผัง บริเวณที่เกิดเหตุตามที่พยานให้รายละเอียดไว้

10. ผู้สัมภาษณ์ต้องมีความจริงใจ และเป็นกันเองกับพยาน ไม่โต้แย้งพยาน

11. บันทึกคําพูดที่พยานใช้ในการบรรยายสภาพการณ์ที่พยานสังเกตเห็น อย่าเพิ่มเติมข้อความใด ๆ ที่พยานไม่ได้พูด

12. ถามคําถามอย่างระมัดระวัง และแน่ใจว่าพยานเข้าใจคําถาม

13. บันทึกรายละเอียดส่วนตัวของพยานแต่ละคน เช่น ชื่อ ที่อยู่ อายุ อาชีพ ระยะเวลาในการทํางาน เป็นต้น

14. ควรให้พยานลงชื่อรับรองในบันทึกการสัมภาษณ์ และสําเนาบันทึกให้พยานทุกคน

ข้อสังเกต

ภายหลังการสัมภาษณ์พยานทุกคนแล้ว ทีมสัมภาษณ์ควรวิเคราะห์คําให้สัมภาษณ์ของพยานแต่ละคนมาทําการวิเคราะห์ อาจมีบางคนที่จําเป็นต้องสัมภาษณ์เพิ่มเติมใหม่เพื่อความแน่ใจ และความชัดเจนของข้อมูลที่เป็นประเด็นสําคัญ คําให้สัมภาษณ์ ของพยานแต่ละคนอาจไม่สอดคล้องกันผู้สอบสวนอุบัติเหตุควรจะต้องรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ และนํามาวิเคราะห์ร่วมกับ ข้อมูลจากพยานทุกคนด้วย การบอกเล่าเหตุการณ์ของพยานที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุอาจไม่ตรงกับพยานที่อยู่ห่างไกลออกไป พยานที่พูดคุยวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นก่อนให้สัมภาษณ์ อาจเปลี่ยนแปลงความคิดทําให้บอกเล่าเหตุการณ์ ผิดไปจากความคิดเห็นเดิมของตน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจจะต้องนํ ามาวิเคราะห์ด้วย พยานบางคนอาจละเลยลําดับเหตุการณ์บาง เหตุการณ์ไปเนื่องจากไม่ได้สังเกต หรือไม่ให้ความสําคัญกับเหตุการณ์นั้น ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลจากคํ าบอกเล่าของพยาน ควรจะต้องนําข้อมูลจากพยานทุกคนมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งสําคัญที่จะนําไปสู่การวิเคราะห์หาสาเหตุ การเกิดอุบัติเหตุที่ถูกต้องต่อไป

เทคนิคในการสอบสวนอุบัติเหตุ

สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเป็นปัญหาที่จะต้องสืบค้นและแก้ไขได้ โดยการสอบสวนอุบัติเหตุเทคนิคการสอบสวนอุบัติเหตุที่มัก ใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมีดังนี้

1. การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ( Change Analysis )

เทคนิคนี้จะเน้นความสําคัญที่ให้พิจารณาว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก่อนการเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่อย่างไร? ผู้สอบสวน อุบัติเหตุจะต้องค้นหาสิ่งที่ผิดปกติที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพปกติ หรือการดําเนินการตามปกติ ควรพิจารณาทุกประเด็นที่ เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพปกติ วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อค้นหาสาเหตุ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. พิจารณาว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น (เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ? )

2. พิจารณาว่าสภาพปกติ หรือการดํ าเนินการที่เป็นปกติในขณะนั้น เป็นอย่างไร (ตามปกติเหตุการณ์ควรเป็นอย่างไร ?)

3. วิเคราะห์ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงจากสภาพปกติอย่างไร เกิดขึ้นที่จุดใดหรือบริเวณใดและอธิบาย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ( เช่น เกิดอะไรขึ้น ที่ไหน เมื่อไร มีรายละเอียดอย่างไร ? เป็นต้น )

4. พิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากอะไรได้บ้าง

5. วิเคราะห์หาผลกระทบสํ าคัญที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนั้น

6. การเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดผลกระทบที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ จัดเป็นสาเหตุที่มีความเป็นไปได้ ในการทําให้เกิดอุบัติเหตุ ควรลําดับสาเหตุเหล่านี้และพิจารณาเลือกสาเหตุที่มีความน่าจะเป็นที่ทําให้ เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

2. การวิเคราะห์ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน (Job Safety Analysis : JSA)

JSA เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมต่าง ๆ ในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยทั่วไป JSA เป็นการแจกแจงงานออกเป็นขั้นตอน การปฏิบัติงาน และชี้บ่งอันตรายรวมทั้งกํ าหนดมาตรการควบคุมอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนด้วยในการสอบสวน อุบัติเหตุจะทําการทบทวน JSA ของขั้นตอนการปฏิบัติงานในขณะเกิดอุบัติเหตุเพื่อวิเคราะห์และพิจารณาว่ามีการความผิด ปกติเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของพนักงานหรือไม่

ดังนั้นหากมีการวิเคราะห์งานที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุให้ใช้ JSA เป็นส่วนหนึ่งในการสอบสวนอุบัติเหตุเพื่อพิจารณา เหตุการณ์และสถานการณ์ที่นําไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ


FTA เป็นการวิเคราะห์ความปลอดภัย โดยการวิเคราะห์หาสาเหตุของอันตรายที่เกี่ยวข้องกับงาน วิธีการทํางานและกระบวน การผลิต อย่างเป็นระบบ แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงที่จะนําไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น (เหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุ) โดยการนําเหตุการณ์ที่เกิดอันตรายหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาจะให้เกิดขึ้นมาเป็นตัวตั้งต้นในการวิเคราะห์ และพิจารณาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากสาเหตุหรือเหตุการณ์ใดได้บ้าง และสาเหตุหรือเหตุการณ์เหล่านี้น่าจะมาจากสาเหตุหรือเหตุการณ์ ย่อยใดบ้างเป็นลําดับชั้นลงไปเรื่อย ๆ การวิเคราะห์โดยเทคนิคนี้ จะใช้ And Gate และ Or Gate ในการเชื่อมโยงสาเหตุต่าง ๆ ที่สนับสนุนให้เกิดเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุขึ้น (อาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน) แล้วนําสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้มาพิจารณา ถึงความน่าจะเป็นของแต่ละสาเหตุ เพื่อให้ได้สาเหตุที่แท้จริงในการทําให้เกิดอุบัติเหตุ ดังตัวอย่างการใช้เทคนิค And Gate และ Or Gate ทําการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ หรือระเบิด ตามแผนภูมิต่อไปนี้

ตัวอย่าง



การจัดทํารายงานการสอบสวนอุบัติเหตุ

การจัดทํารายงานการสอบสวนอุบัติเหตุมีหลายรูปแบบ บางครั้งจํ าเป็นต้องมีรายละเอียดมากในกรณีที่เป็นอุบัติภัยร้ายแรง รายงานจะมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดการวิเคราะห์มาก สําหรับหัวข้อสํ าคัญที่ต้องรายงานได้แก่

ข้อมูลโดยทั่วไป เป็นข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานที่เกิดอุบัติเหตุ ลักษณะบริเวณที่เกิดเหตุ วันเวลาที่เกิดเหตุ

รายละเอียดและลําดับเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุ และความเสียหายที่เกิดขึ้น

ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ประมาณการค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เป็นการวิเคราะห์หาสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุ

ข้อเสนอแนะ เป็นการเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขเฉพาะหน้า และในระยะยาวมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ

เพื่อป้องกันไม่ไห้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก.

โดย นางสาวมะลิ วิจิตรจรรยากุล นักวิทยาศาสตร์ 8 ว สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จากเว็บไซต์ : กรมโรงงานอุตสาหกรรม





ที่มา : กรมโรงงานอุตสาหกรรม

Posted by : gsithailandวัน/เวลา : 19/2/2554 13:21:22
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    

AmazingCounters.com
 
© 2026 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com