| google-site-verification: google4d012a84530eb805.html |
|
|
|
Forum 1 ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่ | การบริการจัดการเกี่ยวกับสารเคมี (Reader : 2419) | การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารเคมี การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารเคมีเป็นประเด็นทีสำคัญอย่างยิ่งในระบบการจัดการ
1. การปฏิบัติงานในอาคารเก็บสารเคมีและวัตถุอันตราย
การปฏิบัติงานใดๆ ในอาคารเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายต้องได้รับการดูแลและควบคุมอย่างใกล้ชิดจากผู้ที่ได้รับการอบรม และมีประสบการณ์ในการจัดการเกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตราย โดยมีการกำหนดขอบเขต และแนวทางการรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจนซึ่งผู้ปฏิบัติงาน มีความเข้าใจเป็นอย่างดี วิธีการทำงานในอาคารเก็บต้องยึดหลักการเข้าก่อน-ออกก่อน (firstin-firstout) เพื่อลด ความเสี่ยงที่เกิดจากการเลื่อมสภาพหรือการถูกทำลาย หรือความเสียหายของสารเคมีและ วัตถุอันตราย ภาชนะบรรจุ หีบห่อ ฉลาก หรือเครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ ต้องจัดเตรียมข้อแนะนำต่างๆ ให้พร้อมสำหรับผู้ปฏิบัติงานในอาคารเก็บสารเคมีและ วัตถุอันตรายในเรื่องต่อไปนี้
- คำแนะนำในการทำงานเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องเกี่ยวกับอุปกรณ์ และวิธีการเก็บ - ต้องมีข้อมูลความปลอดภัย MSDS สำหรับสารเคมีและวัตถุอันตรายทุกชนิดที่เก็บไว้ - คำแนะนำและวิธีการปฏิบัติงาน เพื่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยที่ดี - คำแนะนำและวิธีการปฏิบัติงาน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
2. วิธีการรับ ขนถ่าย และการส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย
เมื่อสารเคมีและวัตถุอันตรายส่งมาถึงอาคารเก็บ สารเคมีและวัตถุอันตรายต้องถูกจัดประเภทโดยพิจารณาจากใบขนสินค้า (bill of lading) และฉลาก ข้อมูลความปลอดภัย MSDS ที่ได้จัดเตรียมโดยผู้ขาย สารเคมีและวัตถุอันตรายต่างๆ ที่จะเก็บเข้าในอาคารเก็บ ต้องได้รับการตรวจสอบ คุณลักษณะจากข้อมูลทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ถ้าสารเคมีและวัตถุอันตรายนั้นหรือภาชนะบรรจุหีบห่ออยู่ในสภาพไม่ดี หรือด้วยเหตุใดๆก็ตามที่ปรากฏถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ต้องเข้าดำเนินการจัดการอย่างเหมาะสมทันที
3. แผนผังการเก็บสารเคมีและวัตถุอันตราย
ต้องมีพื้นที่ว่างเหลือไว้โดยรอบระหว่างผนังอาคารกับกองสารเคมีและวัตถุอันตรายที่เก็บ และระหว่างกองสารเคมีแต่ละชนิดที่เก็บ เพื่อให้การตรวจสอบสภาพได้สะดวก มีการถ่ายเทอากาศที่ดี เพื่อการผจญเพลิงและจัดการกับสารเคมีและวัตถุอันตรายที่หกรั่วไหล ต้องจัดเรียงสารเคมีและวัตถุอันตรายไว้ในสภาพที่ไม่กีดขวางการทำงานของรถฟอร์คลิฟท์ และการขนย้ายสารเคมีและวัตถุอันตราย รวมทั้งการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉิน ทางเดินแคบๆหรือพื้นที่ ที่แออัด จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายต่อกองสารเคมีและวัตถุอันตรายได้ ทางเดิน ประตูเข้า-ออก และทางวิ่งของรถฟอร์คลิฟท์ต้องมีเครื่องหมายแสดงทิศทางและแนวทางเห็นได้อย่างชัดเจนบนพื้น และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันอันตรายต่อคนเดิน การจัดเรียงสารเคมีและวัตถุอันตรายไม่ควรสูงเกิน 3 เมตร ยกเว้นกรณีการจัดเก็บที่มี ชั้นวางเพื่อป้องกันการรับน้ำหนักที่มากเกินไป และเพื่อให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงพอไม่โค่นล้มลง การจัดเรียงสารเคมีและวัตถุอันตรายสูงๆโดยไม่มีชั้นวาง จะทำให้เกิดความเสียหายต่อสารเคมีและวัตถุอันตรายที่เก็บอยู่ชั้นล่าง ภาชนะหีบห่อบรรจุสารเคมีและวัตถุอันตรายที่มีคุณสมบัติคงทนรับน้ำหนักได้ สามารถ จัดเรียงเป็นชั้นสูงๆ แต่ต้องทำเครื่องหมายพิเศษแสดงให้ทราบถึงความสูงในการจัดเก็บสูงสุดไว้ด้วย ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อเครื่องหมาย “ด้านนี้อยู่ด้านบน” บนภาชนะหีบห่อ ถ้าไม่มีเครื่องหมายแสดงต้องแน่ใจว่าภาชนะหีบห่ออยู่ในตำแหน่งที่ฝาปิดอยู่ด้านบนในการจัดเรียงสารเคมีและวัตถุอันตรายที่เก็บในแต่ละส่วนของอาคาร โดยการ
- กำหนดหมายเลขของแต่ละพื้นที่ - แสดงตำแหน่ง ปริมาณ หรือกลุ่มสารเคมีและวัตถุอันตรายที่จัดเก็บตามคุณสมบัติที่ก่อให้เกิดอันตราย - แสดงตำแน่งของอุปกรณ์ฉุกเฉิน อุปกรณ์ผจญเพลิงรวมทั้งเส้นทางหนีไฟ - แผนผังนี้ต้องจัดทำไว้อย่างน้อย 2 ชุด เก็บไว้ที่สำนักงานและที่หน่วยดับเพลิง และต้อง ทำการปรับปรุงข้อมูลในแผนผังนี้ให้ทันสมัยตลอดเวลา - บัญชีรายชื่อสารเคมีและวัตถุอันตราย และตำแหน่งที่เก็บในอาคาร ต้องทำการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา
4. การแยกเก็บและการคัดเลือกเก็บสารเคมี
การแยกเก็บ เป็นการเก็บกลุ่มสารเคมีต่างชนิดกัน แยกเก็บออกจากกันเป็นสัดส่วนภายในอาคารเดียวกัน การคัดแยกเก็บ เป็นการเก็บสารเคมีตามคุณสมบัติทางกายภาพ กลุ่มสารเคมีต่างชนิดกันแยกเก็บไว้คนละอาคาร หรือภายในอาคารเดียวกันแต่มีกำแพงกันไฟกั้น วัตถุประสงค์ของการแยกเก็บ และการคัดแยกเก็บสารเคมีเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเพลิงไหม้และการปนเปื้อนของสารที่เข้ากันไม่ได้ การเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายที่ถูกต้อง จะสามารถลดพื้นที่ของการเกิดอันตราย และลดความจำเป็นในการสร้างเขื่อนกั้นหรือลดการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า หลักการพื้นฐานในการเก็บสารเคมีและวัตถุอันตราย
- ไม่เก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายที่มีอันตรายต่างกันไว้รวมกัน โดยพิจารณาจากสัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดประเภทสารอันตรายที่กำหนดอันตรายโดยองค์การสหประชาติ - การจัดเก็บของเหลวไวไฟสูงและแก๊ส ต้องจัดเก็บไว้นอกอาคาร - สารเคมีและวัตถุอันตรายไวไฟ
5. สุขลักษณะอนามัยส่วนบุคคล
การดำเนินการเพื่อสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
- จัดเตรียมชุดทำงาน สิ่งอำนวยความสะดวกในการทำความสะอาดร่างกายให้แก่คนงาน - จัดสถานที่ที่สะอาดให้แก่คนงานสำหรับการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำ และการสูบบุหรี่ - จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อบริการสำหรับการซักล้าง รีดชุดปฏิบัติงานที่สกปรก ซึ่งต้องซักล้างบ่อยๆและสม่ำเสมอ หรืออาจใช้วิธีการว่าจ้างผู้อื่นดำเนินการ - ห้ามรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ และสูบบุหรี่ในบริเวณที่ทำงาน สำหรับการปฏิบัติงานประจำวัน ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน ดังนี้ - หมวกสวมป้องกัน เช่น หมวกนิรภัย หมวกผ้า - เครื่องป้องกันตา เช่น แว่นตานิรภัย แว่นสวมป้องกันตา หน้ากาก - หน้ากากครอบกันฝุ่น ควัน และฟูม - ชุดสวมทำงานที่เป็นชิ้นเดียว สวมใส่กระชับ และปิดมิดชิด - ถุงมือพลาสติกหรือถุงมือยาง - ผ้ากันเปื้อนพลาสติกหรือยาง - รองเท้าบู๊ทสวมทำงานมีส่วนหัวแข็ง (รองเท้านิรภัย)
หมายเหตุ : ลักษณะของงานที่ทำจะเป็นตัวกำหนดว่า ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันชนิดใดดังกล่าว อุปกรณ์สำหรับกรณีฉุกเฉินต้องจัดเตรียมให้พร้อมไว้ด้านนอกอาคารใกล้ทางเข้าออก
6. การหกรั่วไหลของสารเคมีและวัตถุอันตราย
การดูแลรักษาความสะอาด การขนย้ายสารเคมีและวัตถุอันตรายอย่างระมัดระวังช่วยให้ภาชนะบรรจุ มีความคงทนไม่ชำรุด แต่ถ้าการขนย้ายไม่ถูกวิธี ขาดความระมัดระวัง เป็นสาเหตุให้ภาชนะบรรจุได้รับความเสียหาย และทำให้หกรั่วไหลได้ เพื่อเป็นการลดอันตรายจากการสารที่หกรั่วไหล จำเป็นต้องจัดการเก็บและทำความสะอาดทันที ทั้งนี้ให้ศึกษาข้อมูลความปลอดภัย MSDS ประกอบ อุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นในการจัดการกับสารเคมีและวัตถุอันตรายที่หกรั่วไหล คือ
- อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล - ถังเปล่าขนาดใหญ่ - กระดาษกาว เพื่อใช้ทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์บนถัง - วัสดุดูดซับ เช่น ทราย ดิน ขี้เลื่อย - สารละลายผงซักฟอก - ไม้กวาด - พลั่ว - ประแจ - กรวย
อุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน และเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต้องได้รับการตรวจสอบสภาพอย่างถี่ถ้วนและสม่ำเสมอ และต้องดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลต้องกำจัดสิ่งสกปรกปนเปื้อน และทำความสะอาด และ ตรวจตราหลังใช้งานทุกครั้ง ต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลทุกครั้ง ของเหลวที่หกรั่วไหลควรดูดซับด้วยสารดูดซับที่เหมาะสม เช่น ดินทราย ขี้เลื่อย อย่างไรก็ดีสารดูดซับเหล่านี้ไม่ควรใช้กับของเหลวไฟไฟและของเหลวออกซิไดส์ บริเวณที่หกรั่วไหลต้องจัดการกำจัดสารเคมีและวัตถุอันตรายออกไปตามคำแนะนำ ในข้อมูลความปลอดภัย MSDS และกำจัดของเสียอย่างปลอดภัยตามคำแนะนำจากผู้ผลิต ของแข็งที่หกรั่วไหลให้ทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมหรืออาจใช้ทรายชื้นคลุก แล้วใช้พลั่วตัก กวาดพื้นด้วยแปรง
7. การกำจัดของเสีย
สารเคมีและวัตถุอันตรายที่เป็นของเสียทั้งหมด รวมทั้งภาชนะบรรจุหีบห่อ แผ่นรองสินค้า ที่ชำรุดต้องกำจัดด้วยวิธีที่ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมถึงแม้ว่าปริมาณสารเคมีและวัตถุอันตรายที่หกเพียงเล็กน้อย ก็ไม่สมควรที่จะปล่อยน้ำล้างพื้นลงสู่แหล่งน้ำผิวดินหรือ ท่อระบาย ต้องได้รับการบำบัดก่อน การกำจัดขยะสารเคมีและวัตถุอันตรายที่เก็บไว้นาน สารเคมีและวัตถุอันตรายที่ผลิตได้ ไม่ตรงตามข้อกำหนด วัสดุหีบห่อที่ปนเปื้อน และสารดูดซับ การกำจัดของเสียเหล่านี้ต้องใช้เทคนิคและวิธีการเก็บและกำจัดอย่างปลอดภัยและไม่ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือกฎหมายทางราชการกำหนด เพื่อความถูกต้อง ควรขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำจากหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยตรง ข้อมูลความปลอดภัย MSDS จะมีข้อแนะนำและเทคนิควิธีการกำจัดสารเคมีและ วัตถุอันตรายแต่ละชนิดอย่างเหมาะสม ภาชนะบรรจุที่ปนเปื้อนสารเคมีและวัตถุอันตราย ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่ต้องกำจัดหรือทำให้ใช้งานไม่ได้โดยการเจาะรูหรือทำลายก่อนทิ้ง
8. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
อาคารทุกแห่งต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้พร้อมผู้ดูแลปฐมพยาบาลที่ได้รับการอบรมแล้ว อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่จำเป็น ประกอบด้วย
- ฝักบัวสำหรับอาบน้ำเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน - อุปกรณ์ล้างตา - กระเป๋าเครื่องปฐมพยาบาล - เปลหามคนเจ็บ - ผ้าห่มใช้คลุมดับเพลิง - แสงสว่างฉุกเฉินและแถบสะท้อนแสง
อุปกรณ์ปฐมพยาบาลนี้ ต้องได้รับการตรวจสอบบ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ และต้องบำรุงรักษาดูแลให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา พร้อมทั้งทำรายงานการตรวจสอบการบำรุงรักษาทุกครั้ง และเก็บไว้เป็นหลักฐาน ติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาล แพทย์ เพื่อการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ ฉุกเฉิน เช่น เมื่อเกิดอาการเป็นพิษเฉียบพลัน โรงพยาบาลและแพทย์ต้องทราบข้อมูลความปลอดภัย MSDS ของสารเคมีและ วัตถุอันตรายทุกตัวที่เก็บในอาคาร และต้องมียาแก้พิษไว้เพื่อการรักษาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เอกสาร MSDS ต้องส่งไปให้แพทย์พร้อมผู้ป่วยด้วย เพราะใน MSDS จะมีคำแนะนำในเรื่อง การปฐมพยาบาลผู้ป่วยเบื้องต้นที่เกิดจากสารเคมีและวัตถุอันตรายนั้น คำแนะนำทั่วไปเมื่อได้รับสารอันตราย
- เมื่อหายใจเอาฟูมหรือไอสารเข้าไป ให้นำผู้ป่วยไปที่อากาศบริสุทธิ์ และนำคนเจ็บส่งแพทย์ - เมื่อสารเคมีและวัตถุอันตรายเข้าตา ให้ชะล้างตาด้วยน้ำจำนวนมากๆ นานอย่างน้อย 15 นาที แล้วส่งคนเจ็บไปพบแพทย์ - เมื่อสัมผัสสารเคมีและวัตถุอันตรายทางผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำ ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกทันที ชำระล้างร่างกายและนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล - เมื่อกินสารเคมีและวัตถุอันตรายเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน นอกจากมีคำแนะนำให้อาเจียนได้ใน MSDS รีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล - เมื่อเกิดแผลไหม้และแผลพุพอง บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บควรทำให้เย็นโดยเร็วด้วยน้ำเย็น จนทุเลาความเจ็บปวด เมื่อผิวหนังหลุดให้ปิดแผลด้วยผ้าพันแผลที่ฆ่าเชื้อโรคแล้ว อย่าลอกผ้า ที่ติดแผลออก และรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล - ต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์หลังจากได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วทุกกรณี
ที่มา : http://www.moodythai.com/new/article/iso14001/chem-manage.htm
| | Posted by : gsiinter | วัน/เวลา : 19/4/2554 13:54:25 |
| | |
|
|
© 2026 All Rights Reserved Powered by ThaiWebWizard.com
|
|