| google-site-verification: google4d012a84530eb805.html |
|
|
|
Forum 1 ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่ | การป้องกันและควบคุมสารเคมี (Reader : 3947) | การป้องกันและควบคุมสารเคมี (Safety with chemical)
ข้อควรรู้เกี่ยวกับสารเคมี
สารเคมีบางชนิดสามารถติดไฟได้ง่ายสารเคมีบางชนิดสามารถระเบิดได้ แม้จะปราศจากความร้อนแต่สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงก็สามารถ ระเหยเป็นไอได้ ทำให้ความชื้นในบรรยากาศโดยรอบเพิ่มขึ้นได้ และบรรยากาศโดยรอบมีความบริสุทธิ์น้อยลงการสัมผัสกับไอระเหยของสารเคมีมากเกินไป ทำให้ระคายเคืองต่อหู ตา จมูก ปาก รู้สึกผิดปกติในกระเพาะอาหาร ความสามารถใน การทำงานจะลดน้อยลง สารเคมีทุกชนิดสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง ถ้ากระเด็นเข้าตา โดยเฉพาะสารเคมีที่ร้อน แต่ก็ยังอันตรายน้อยกว่าการขับรถท่ามกลาง การจราจรที่วุ่นวายระดับความปลอดภัยของสารเคมีจะต้องให้สอดคล้องกับ ค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ค่ามาตรฐานความปลอดภัยจะช่วยให้ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัยการที่จะมีสุขภาพดีและมีความปลอดภัยในการทำงานจะต้อง อาศัยความร่วมมือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร คือ ต้องปฏิบัติตามค่ามาตรฐานความปลอดภัยควรเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนงาน และเก็บบันทึกผลไว้ให้คำแนะนำกับคนงานเรื่อง อันตรายของสารเคมีที่ใช้ในสถานประกอบการจัดเตรียมสถานที่ปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัย มีปัญหาในพื้นที่การทำงานแจ้งให้หัวหน้าทราบทันทีถ้าคิดว่าการปฏิบัติงานไม่ปลอดภัย สามารถขอความร่วมมือให้มีการประเมินอันตรายต่อสุขภาพได้จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ตลอดเวลาต้องทำงานด้วยความระมัดระวังและ ผู้ปฏิบัติต้องได้รับการฝึกมาอย่างดีปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยตลอดเวลาถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีปัญหาควรปรึกษาหัวหน้างาน หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยองค์ประกอบที่บ่งชี้อันตรายของความเป็นยาพิษที่เกิดจากสารเคมีขึ้นอยู่กับ
ความไวรับของแต่ละบุคคลอายุภาวะโภชนาการระยะเวลาของการเกี่ยวข้องสัมผัสปัจจัยทางภูมิศาสตร์ เช่น การสัมผัสกับความร้อนจะเสริมให้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้นสารเคมีเข้าสู่ร่างกายโดย
ทางหายใจเข้าไปโดยการกินเข้าไปสัมผัสทางผิวหนังผ่านทางรกจากแม่ถึงลูก
ความเป็นพิษของสารเคมี แบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้
สารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง คัน แสบ ร้อน พุพอง เช่น กรด ต่างๆ ก๊าซคลอรีน แอมโมเนีย ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สารที่ทำให้หมดสติได้ สารเคมีนี้ไปแทนที่ออกซิเจน เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน ไซยาไนด์สารเสพติด เป็นสารที่เป็นอันตรายต่อระบบประสาท เช่น สารที่ระเหยได้ง่าย ได้แก่ แอลกอฮอล์ เบนซินอะซิโตน อีเทอร์ คลอโรฟอร์ม ทำให้ปวดศีรษะ เวียน มึนงง
สารที่เป็นอันตรายต่อระบบการสร้างโลหิต เช่น ตะกั่วจะไปกดไขกระดูก ซึ่งทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติเกิดโลหิตจางสารที่เป็นอันตรายต่อกระดูก ทำให้กระดูกเสียรูปร่าง หรือทำให้กระดูกเปราะ ฟอสฟอรัส แคลเซียมสารที่ทำอันตรายต่อระบบการหายใจ เช่น ปอด ทำให้เกิดเยื่อพังผืด ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกับออกซิเจนได ความจุอากาศในปอดจะน้อยลงทำให้หอบง่าย เช่น ฝุ่นทราย ฝุ่นถ่านหิน สารก่อกลายพันธ์ ทำอันตรายต่อโครโมโซม ซึ่งความผิดปกติจะปรากฏให้เห็นในลูกหรือ ชั้นหลาน เช่น สารกัมมันตภาพรังสี สารฆ่าแมลง โลหะบางชนิด ยาบางชนิดสารก่อมะเร็ง ทำให้สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ มากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดเนื้องอกชนิดที่ไม่จำเป็น เช่น สารกัมมันตภาพรังสี สารหนู แอสแบสตอสนิเกิ้ล เวนิลคลอไรด์ เบนซินสารเคมีที่ทำให้ทารกเกิดความพิการ คลอดออกมามีอวัยวะไม่ครบ เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ แขนด้วน ขาด้วน ตัวอย่างของสารในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาธาลิโดไมด์ สารตัวทำละลายบางชนิด ยาปราบศัตรูพืชบางชนิดสารเคมีที่สั่งซื้อมาใช้ ควรมีฉลากปิดกำกับดังนี้
ชื่อทางการค้าชื่อทางเคมีชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตและจำหน่ายสัญลักษณ์อันตรายลักษณะความเสี่ยงข้อแนะนำความปลอดภัยนอกจากนี้บริษัทฯ ควรจะได้มีข้อมูลความปลอดภัยเคมีภัณฑ์ ประกอบด้วย
ชื่อทางเคมีอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพทางเข้าสู่ร่างกายการเฝ้าระวังสุขภาพของคนงานระดับที่อนุญาตให้สัมผัสได้ข้อควรระวังในการใช้การควบคุมความปลอดภัยและการปฏิบัติงานอุปกรณ์อันตรายส่วนบุคคลข้อปฏิบัติเมื่อเกิดการรั่วไหลมาตรการฉุกเฉิน การปฐมพยาบาลแหล่งข้อมูลอื่นๆ
หลักในการควบคุมและป้องกันอันตราย จากสารเคมี
แหล่งกำเนิดของสารเคมี
ใช้สารที่มีพิษน้อยกว่าแทนเปลี่ยนกระบวนการผลิตใหม่ เช่น ใช้ระบบเปียกแทนระบบแห้ง เพื่อมิให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายแยกกระบวนการผลิตที่มีอันตรายออกต่างหากสร้างที่ปกปิดกระบวนการผลิตให้มิดชิด มิให้สารเคมีฟุ้งกระจายออกไปติดตั้งระบบดูดอากาศเฉพาะที่การบำรุงรักษา เครื่องมือ เครื่องจักรทางผ่านของสารเคมี การบำรุงรักษาสถานที่ทำงานให้สะอาดเรียบร้อยการติดตั้งระบบระบายอากาศทั่วไปเพิ่มระยะทางให้ผู้ปฏิบัติห่างจากแหล่งสารเคมีการตรวจหาปริมาณสารเคมีเทียบกับค่ามาตรฐานความปลอดภัยจะต้องปรับปรุง แก้ไขหากสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัยผู้ปฏิบัติงาน
การให้การศึกษาและการฝึกอบรมให้ทราบถึงอันตรายและการป้องกันการลดชั่วโมงการทำงานที่เกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตรายให้น้อยลงการหมุนเวียนหรือการสับเปลี่ยนหน้าที่การปฏิบัติงานการให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานอยู่ในห้องที่ควบคุมเป็นพิเศษการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานการใช้เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลการใช้สารเคมี ต้องทราบถึงอันตรายของสารเคมีและวิธีการควบคุมต้องล้างมือทุกครั้งหลังปฏิบัติงานกับสารเคมีสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลเสมอทำความสะอาดบริเวณทำงานทุกครั้งหลังเลิกงานปิดฝาภาชนะให้แน่นทุกครั้งหลังเลิกใช้อย่า! ใช้ปากดูดสารเคมีแทนลูกยางจัดเก็บสารเคมีไว้ในที่เย็น อากาศถ่ายเทดี ห่างแหล่งกำเนิดประกายไฟอย่า! ปฏิบัติงานตามลำพังหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่า! ทดสอบโดยการสูดดมหรือกลืนกิน
ที่มา สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย)
| | Posted by : gsicorp | วัน/เวลา : 1/4/2557 16:39:06 |
| | |
|
|
© 2026 All Rights Reserved Powered by ThaiWebWizard.com
|
|